ทรงพระเจริญ
Untitled Document
ผู้บังคับกองพัน

นาวาโท บดินทร์   นิธิอุทัย

เมนูหลัก
post_home.gif เกี่ยวกับกระทิงดำ
petitrond.gif หน้าแรก
petitrond.gif ประวัติโดยย่อ
· ประวัติธงไชยเฉลิมพล
petitrond.gif เกียรติประวัติ
petitrond.gif อดีตผู้บังคับบัญชา
petitrond.gif ผู้บังคับบัญชาปัจจุบัน
petitrond.gif ตราสัญลักษณ์หน่วย
petitrond.gif เครื่องแบบของหน่วย
petitrond.gif วีดีทัศน์แนะนำหน่วย
petitrond.gif หมายเลขโทรศัพท์ นย.
icon_menu_3.gif เรื่องทั่วไป
petitrond.gif ดาวน์โหลด
petitrond.gif ติดต่อเรา
petitrond.gif เข้าสู่ระบบ
petitrond.gif แนะนำและบอกต่อ
petitrond.gif กระดานข่าว
petitrond.gif อัปโหลดรูปโชว์ออฟ
petitrond.gif ส่งการ์ดอวยพร
petitrond.gif เผยแพร่ข่าวสาร
petitrond.gif บันทึกยุทธการสำคัญ
petitrond.gif อ่านระเบียบข้อบังคับทหาร
petitrond.gif ตารางเวรประจำพระองค์
icon_menu_7.gif ประมวลภาพสำคัญ
petitrond.gif ปี 2550
petitrond.gif ปี 2551
petitrond.gif ปี 2552
petitrond.gif ปี 2553
ลิ้งหน่วยงานราชการ

ลิ้งทหาร



ลิ้้งหน่วยงานทหาร เว็บทหาร กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉก.นย.ทร. พัน.ร.๙ รอ. กองทัพเรือ โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนชุทพลทหารเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองพลนาวิกโยธิน กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน กองพันทหารราบที่2 กองพันทหารราบที่3 กองนายทหารนักเรียน
BlackBull Gallery




















สำหรับคอบอล

คลิกเพื่อเข้าชม
ดาวน์โหลด
· 1: สร้างสัญลักษณ์ทางทหาร
ดาวน์โหลด 654 ครั้ง

· 2: พจนานุกรมทหาร
ดาวน์โหลด 188 ครั้ง

· 3: แจก midi-karaoke
ดาวน์โหลด 42 ครั้ง

เกียรติประวัติ
โดย พ.จ.ท.ธวัชชัย พุ่มแสง





เกียรติประวัติที่สำคัญ



 
 สงครามอินโดจีน

  

       เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๓ ในวันที่ ๓ ธันวาคม จัดกำลังพลเพื่อเข้าตีโต้ตอบในส่วนของ กองพลจันทบุรี ตามแผนยุทธการกองพลจันทบุรี มีหน้าที่ขับไล่ข้าศึกทางช่องไพลิน และรุกเข้าหา พระตะบอง เพื่อช่วยการเคลื่อนที่ของ กองพลผสมปราจีน โดยเริ่มเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าประจำชายแดน  โดยทางเรือ  มี เรืออ่างทอง , เรือช้าง ,เรือเจ้าพระยา , เรือพงัน  และ เรือคราม  การยาตราทัพดำเนินไปเป็นจุด ๆ  จาก จังหวัดจันทบุรี – อำเภอมะขาม – วัดโป่งโรงเซ็น ข้ามช่องเขาเกลือ – บ้านมาบคล้า – กิ่งอำเภอโป่งน้ำร้อน – บ้านผักกาด การปฏิบัติสามารถเข้ายึดที่หมาย ขั้นที่ ๑ ไพลิน ระยะทาง ๑๔ กม.จาก บ.ผักกาด และได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งปกติ ณ สถานีทหารเรือสัตหีบ เที่ยวสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๔๘๔ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น ๔ เดือน ๑๑ วัน

      ปี พ.ศ.๒๔๘๔ ประเทศไทยได้ครอบครองจังหวัด  พระตะบอง เสียมราช และรัฐกลันตัน กองพันทหารราบที่ ๑ จึงได้รับมอบหมายให้จัดกำลังไปรักษาพื้นที่รัฐ กลันตัน จนถึง ปี พ.ศ.๒๔๘๖  จึงได้เดินทางกลับ
 ที่มา :  http://board.postjung.com/819478.html
       :  https://www.youtube.com/watch?v=nOACk1ejNLY
 ยุทธการสามชัย    
     
        เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕  (๑ ก.ย.๒๕๑๕) ได้จัดกำลังไปปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  บนเทือกเขาภูหินร่องเกล้า ใน “ยุทธการสามชัย” การปฏิบัติครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการจริง ที่แฝงมาในการฝึก ร่วมกับกองกำลังเขตกองทัพภาคที่ ๓ โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “การฝึกร่วม ๑๖” เป็นการปราบ ผกค.ในพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณรอยต่อ ๓ จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ ,พิษณุโลก และ เลย  การจัดกำลังในส่วนของ พัน.ร.๑ ผส.นย. ซึ่งเป็นแกนในการจัดกำลัง จัด  บก.พัน และ ๑ กองร้อยปืนเล็ก ในนามหน่วย  พัน.ฉก.นย.  โดยมี  นาวาโท สมหวัง  ตันเสถียรเป็น ผู้บังคับกองพัน  น.ต.สง่า    แดงดีเลิศ เป็นรองผู้บังคับกองพัน จนถึงวันที่ ๓๑ ม.ค.๒๕๑๖ จึงเดินทางกลับที่ตั้งปกติ
        ในการปฏิบัติงาน พัน.ฉก.นย.ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปทรงเยี่ยม ถึงฐานปฏิบัติการ  ณ  บ้านป่ายาบ เมื่อวันที่ ๒๕  มกราคม ๒๕๑๖  เป็นที่ปลื้มปิติยินดี และซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณ แก่ทหารนาวิกโยธินทุกนาย เป็นอย่างยิ่ง
 ยุทธการผาภูมิ    
 
 
 
         เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖ (๑ ส.ค.๑๖) หลังจากการฝึกร่วม ๑๖ ตามแผนยุทธการสามชัย ได้เสร็จสิ้นด้วยความสำเร็จผลอย่างงดงามแล้ว  บก.ทหารสูงสุด ได้มีคำสั่งให้มีการฝึกร่วมในปี ๑๗ อีกครั้งหนึ่ง  ตามแผนยุทธการผาภูมิ เพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่ดอยผาจิก  ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รอยต่อของจังหวัด เชียงราย และจังหวัดน่าน โดย พัน.ร.๑ ผส.นย. จัดกำลัง ๑ กองร้อยปืนเล็ก โดยมี  ร.อ.สันทนา   พิไชยแพทย์  เป็นผู้บังคับกองร้อย  ขึ้นสมทบกับ กองพันทหารราบที่ ๓  กรมผสมนาวิกโยธิน  ในพื้นที่  อ.เชียงของ, อ.เชียงคำ, อ.ปง  จว.เชียงราย  ร่วมกับกองลัง กองทัพภาคที่ ๒ ตามแผน “ยุทธการผาภูมิ“  ในนามหน่วย  “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ ๑๗๑” และทำการเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องบิน ซี.๑๒๓ ของกองทัพอากาศจากสนามบิน กองบิน ๗  (หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งในปัจจุบัน) ไปลงที่สนามบิน อ.เชียงคำ จว.เชียงราย ต่อจากนั้นเคลื่อนย้ายด้วยยานยนต์เข้าพื้นที่ปฏิบัติการที่ดอยผาจิก  เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๖
        การปฏิบัติ กองร้อยปืนเล็กที่ ๑ พัน.ร.๑ ฯ ได้รับมอบพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณ บ.ขุนน้ำยัด ดอยผาจิก อ.ปง จว.เชียงราย  โดยใช้กำลังพิสูจน์ทราบ และกวาดล้าง ผกค. ตามพิกัดเป้าหมายที่ได้รับมอบจากหน่วยเหนือ
        เมื่อสำเร็จภารกิจที่ได้รับมอบ และจบการฝึกร่วม ๑๗ ได้เดินทางกลับที่ตั้งปกติโดยทางรถไฟ ถึงสถานีหัวลำโพง และเคลื่อนย้ายต่อด้วย ยานยนต์ ถึงสัตหีบ เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๑๗ รวมระยะเวลาปฏิบัติการ ๘๔ วัน
 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโนธิน ๑๘๑    
      
     
 
        เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗  พัน.ร.๑ ผส.นย. จัดกำลัง ๒ กองร้อย ตามคำสั่งยุทธการ ผบ.ทร.ที่ ๑/๒๕๑๗  ลง  ๒๗ ธ.ค.๑๗ และ คำสั่งยุทธการ ผบ.นย.ที่ ๒/๒๕๑๗  ลง ๒๘ ธ.ค.๑๗ ปฏิบัติตามแผนยุทธการ “บูโด” ศสร.บก.ภ.เขต ๙ สน.ลง ๖ ม.ค.๑๘ ไปปฏิบัติราชการ เพื่อปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) และรักษาความสงบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ร.อ.เชษฐ  โกมลฐิติ  เป็นผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่ ๒  ร.อ.วัฒนา   วงศ์วิเชียร  เป็นผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่ ๓  โดยได้ทำการสนธิกำลังขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ ธ.ค.๑๗ เวลา ๐๙๐๐ ในนามหน่วย “ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๑๘๑”  และทำการเคลื่อนย้ายโดยทางเรือ   ประกอบด้วย ร.ล.ช้าง ,ร.ล.อ่างทอง และ ร.ล.ปราบ โดยขึ้นบกที่ สน.สข. และหาดบ้านทอน แล้วเริ่มปรับกำลังเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ
        หลังจาก ฉก.นย.๑๘๑ ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ตั้งแต่ ๒๖ เม.ย.๒๕๑๘ ทำให้สถานการณ์ชายแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มมีความรุนแรงด้านการก่อการร้าย และคุกคามชีวิตและทรัพย์สินราษฎรในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ครอบคลุมไปทั่ว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา,ปัตตานี, นราธิวาส  โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ประชาชนรวมกลุ่มเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลส่งทหารนาวิกโยธินกลับมาให้ความ คุ้มครองอีก  โดยเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๘ กรมนาวิกโยธินได้ให้ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมผสมนาวิกโยธิน เป็นกำลังหลักจัดกำลัง ๑ กองพันไปปฏิบัติราชการ เพื่อปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย และรักษาความสงบเรียบร้อย ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคำสั่งยุทธการ ผบ.ทร.(ลับมาก)ที่ ๑/๒๕๑๘  ลง ๗ พ.ย.๑๘  และ คำสั่งยุทธการ ผบ.นย.(ลับมาก)ที่ ๑/๒๕๑๘ ลง ๑๐ พ.ย.๑๘  โดยมี   นาวาโท  ปรีชา   โสภณดิลก  เป็นผู้บังคับกองพัน  นาวาตรี  บุญเชิด  จูภาวัง  เป็นรองผู้บังคับกองพัน ในนาม “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๑๘๕”
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา ทรงเสด็จเยี่ยม ฉก.นย.๑๘๕ และทรงมอบเวชถัณฑ์ แก่กำลังพลทุกนาย
 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโนธิน ๒๐๒    
     
 
          เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ผกค.ได้ปฏิบัติการทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ จนเป็นที่เดือดร้อนของประชาชน และกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ  การปฏิบัติการของ ผกค.ได้ดำเนินการด้านการเมือง และการทหารควบคู่กันไป และเน้นหนักในการปฏิบัติการทางทหารบริเวณพื้นที่รอยต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฏร์ธานี
          และเมื่อวันที่ (๑๑ ต.ค.๒๐) กรมนาวิกโยธินได้ให้ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมผสมนาวิกโยธินเป็นกำลังหลักในการจัดกำลัง ๑ กองพัน เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และรักษาความสงบเรียบร้อย ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคำสั่งยุทธการ ผบ.ทร.ลับมากที่  ๔๒๕๒๐ และ คำสั่งกรมนาวิกโยธิน ลับมาก (เฉพาะ)ที่  ๑๖๒/๒๕๒๐ โดยมีนาวาโท บุญเชิด  จูภาวัง  เป็นผู้บังคับกองพัน  นาวาตรี  ถาวร   วัฒนารมย์  เป็นรองผู้บังคับกองพัน ประกอบด้วย ร.ท.สุชาติ    คนแรง เป็น ผบ.บก.และยริการ , ร.ท.บัณฑูร   วรรณสุทธิ์ เป็น ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑ , ร.ท. วทินนา   พึ่งพระเกียรติ  เป็น ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒ , ร.ท.สุวิทย์   ธาระรูป เป็น ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๓ ฯ  สนับสนุนด้วย กองร้อยปืนใหญ่ มี ร.อ.ทวีศักดิ์   บุรุษานนท์ และ หมวดบิน มี ร.อ.ไพฑูรย์   ไวยวุฒิ เป็น ผบ.มวบ. ในนาม “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๒๐๒”
          กองบังคับการอยู่ที่บ้านในทุ่ง อ.ท่าศาลา จว.นครศรีธรรมราช ในการปฏิบัติราชการครั้งนี้ ฯ มีการสูญเสียกำลังพลมากที่สุด ถึง ๒๓ นาย บาดเจ็บทุพพลภาพ ๕๐ กว่านาย เสร็จภารกิจเดินทางกลับที่ตั้ง เมื่อ ๒๐ ต.ค.๒๕๒๑ จากการปฏิบัติราชการครั้งนี้  เรือโท  วทินนา   พึ่งพระเกียรติ  ผู้บังคับกองร้อยได้รับพระราชทานเหรียญรามาธิบดี
 ป้องกันอธิปไตยบริเวณ จ.จันทบุรี และตราด    
      
 
        เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ (๒๑ พ.ค.๒๕๒๒) กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธินจัดกำลังออกไปปฏิบัติราชการชายแดน  อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เพื่อป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยมี  น.ท.สันทนา   พิไชยแพทย์  เป็นผู้บังคับกองพัน  นาวาตรี ดำรินทร   อิศรางกูร  ณ  อยุธยา  เป็นรองผู้บังคับกองพัน ไปตั้งกองบังคับการกองพัน อยู่ที่ บ้านจางวาง  อ.โป่งน้ำร้อน  จว.จันทบุรี  ในนามหน่วย “กองพันทหารราบที่ ๑ กองกำลังด้านจันทบุรี – ตราด” (พัน.ร.๑ กจต.) ในการไปปฏิบัติราชการครั้งนี้ ได้มีการปะทะกับ กองกำลังทหารกัมพูชา และแนวร่วมเวียดนาม ทำให้ฝ่ายเราเสียชีวิต ๒ นาย บาดเจ็บและพิการ ๒ นาย และได้เดินทางกลับที่ตั้งปกติ     เมื่อ ๑๑ เม.ย.๒๕๒๔
        เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ (๑ ต.ค.๒๕๒๖) กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธินได้จัดกำลังออกไปปฏิบัติราชการ เพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติ ในพื้นที่  อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี และไปตั้งที่บังคับการอยู่ที่  บ.จางวาง  ในนามหน่วย “กองพันทหารราบที่ ๑ กองกำลังด้านจันทบุรี – ตราด” (พัน.ร.๑ กจต.)โดยมี  น.ท.สุรินทร์   รอดสวาสดิ์  เป็นผู้บังคับกองพัน จนถึงวันที่ ๓๑ มี.ค.๒๕๒๗ จึงเดินทางกลับรวมระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ ๖ เดือนปี พ.ศ.๒๕๒๗ (๑ เม.ย.๒๕๒๗) กองพันทหารราบที่ ๑ กองกำลังด้านจันทบุรี – ตราด ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายกำลังจาก  อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เข้าไปรับผิดชอบพื้นที่ อ.เขาสมิง, อ.บ่อไร่ จว.ตราด  แทนกองพันทหารราบที่ ๗ (พัน.ร.๗ กจต.) โดยตั้งที่บังคับการอยู่ที่  บ.ศรีบัวทอง ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จว.ตราด กำลังอีกส่วนหนึ่งส่งไป เข้ารับผิดชอบพื้นที่  บ.หาดเล็ก  บ.หาดสารพัดพิษ  ในนาม “หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๑๘๒” (ฉก.นย.๑๘๒)  อ.คลองใหญ่ จว.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ฝ่ายตรงข้าม มีการปฏิบัติการมากที่สุด และในการปฏิบัติการครั้งนี้ ทำให้หน่วยต้องสูญเสียกำลังพลไป นาย คือ
       ๑. จ.อ.วสันต์       ขอสูงเนิน
       ๒. จ.อ.เกรียงศักดิ์ ดรุณพันธ์
       ๓. พลฯ จำแรง    ทองใหม่
     บาดเจ็บสาหัส ๔ นาย
            ๑. ร.ต.สมยศ   พิมพา  (ปัจุบัน ยศ นาวาโท) 
            ๒. จ.อ.สถิต   สุขศรี    (ปัจุบัน  ยศ นาวาตรี)
            ๓. พลฯ จำลอง      ดำคล้าย
            ๔. พลฯ เกรียงศักดิ์ สมคะเน
 ยุทธการบ้านชำราก    
      
        เมื่อ เมษายน ๒๕๒๘ กำลังทหารเวียดนาม จำนวน ๒ กรม ร. ปฏิบัติการโจมตีกวาดล้าง กำลังทหารกัมพูชาประชาธิปไตย (กพป.) ซึ่งมีฐานที่มั่นตามแนบเทือกเขาบรรทัด ตรงข้ามบ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด  การโจมตีของกำลงเวียดนามซึ่งมีกำลังรบ และอาวุธสนับสนุนที่เหนือกว่าทำให้กำลัง กพป.ไม่สามารถต้านทานได้ จึงแตกร่นถอยเข้ามาในประเทศไทย และกำลังทหารเวียดนามได้รุกไล่ติดตามเข้ามาในเจตประเทสไทย และทำการวางกำลังยึดพื้นที่ดัดแปลงที่มั่นทำการตั้งรับ ซึ่งการวางกำลังบางพื้นที่ลึกเข้ามาในประเทศไทยประมาณ ๑๐๐๐ – ๑๕๐๐ เมตร จากการรุกล้ำอธิปไตยของไทย โดยกำลังทหารเวียดนามดังกล่าว  ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด (กจต.) พลเรือโท ประเสริฐ   น้อยคำศิริ จึงวางแผนปฏิบัติการเข้าตีโต้ตอบ เพื่อผลักดันกำลังทหารเวียดนามที่รุกล้ำอธิปไตยให้ออกนอกเขตประเทศไทย โดย พัน.ร.๓ กจต. ทำการเข้าตี  พัน.ร.๑ กรม ร.๑ พล.นย. เป็นกองหนุน
และ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๘ กจต. ปรับกำลังใหม่โดยสั่งการให้กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นกองหนุน เคลื่อนย้ายกำลังจากที่ตั้งปกติ เข้าที่รวมพลบริเวณวัดคิรีวิหาร และสนธิกำลังเป็น พัน.ร.๑ กจต. โดยมี นาวาโท เทอดศักดิ์   พรหมศิริ เป็นผู้บังคับกองพัน ร.อ.ณรงค์  แก้วสว่าง ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๑ ฯ เป็น นายทหารยุทธการ ประกอบด้วย ๓ กองร้อยปืนเล็ก ได้แก่  เรือเอก ธนะกาญจน์   ใคร่ครวญ ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๒ ฯ เป็น ผบ.ร้อย.ฯ  ร.ท.รัตนะ   วงศาโรจน์ ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๓ เป็น ผบ.ร้อย.ฯ   เรือโท ทวี   พิกุลทอง ผบ.ร้อย.ปืนเล็กที่ ๔ ฯ เป็น ผบ.ร้อย.ฯ นำกำลังเข้าตีผลักดันกำลังทหารเวียดนาม (ทวน.) ที่รุกกล้ำอธิปไตยเข้ามาออกไปพ้นเขตประเทศไทยได้  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๒๘ และได้ส่งมอบพื้นที่ให้ พัน.ร.๓ กจต.รับผิดชอบวางกำลังป้องกันพื้นที่ต่อไป
ผลการปฏิบัติ
การสูญเสียของฝ่ายเรา
- บาดเจ็บจากการรบ จำนวน ๑๘ นาย (ขาขาด เนื่องจากถูกระเบิดระหว่างเข้าตี ๕ นาย)
 รักษาความสงบเรียบร้อย พื้นที่ภาคใต้  
 
 
 
          เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ (๑ ต.ค.๒๕๔๗) กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑          กองพลนาวิกโยธิน จัดกำลังออกไปปฏิบัติราชการ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนามหน่วย กองพันทหารราบที่ ๒ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๓๒ รับผิดชอบบริเวณพื้นที่ อ.เมือง, อ. ตากใบ, อ.สุไหโก-ลก, อ.แว้ง, อ. สุคิริน  ตั้งแต่ ๑ ต.ค.- ๗ พ.ย.๒๕๔๗  และเมื่อปรับกำลังเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบ ๒ อำเภอ คือ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส จนถึง    ๓๐ ก.ย.๔๘  โดยมี นาวาโท ณรงค์  วงษ์ประเสริฐ  เป็นผู้บังคับกองพัน ในการปฏิบัติครั้งนี้ทำให้หน่วยต้องสูญเสียกำลังพลดังนี้
                เสียชีวิต จำนวน ๔  นาย ดังนี้.-
                     ๑. พ.จ.อ.ฉกาจ        เทียมถนอม     ได้รับพระราชทานยศ เป็น  นาวาเอก
                     ๒. จ.อ. วิทยา          ดวงเจริญ         ได้รับพระราชทานยศ เป็น  นาวาโท
                     ๓. พลฯ วิษณุ          บัญฑิตนิธิกุล ได้รับพระราชทานยศ เป็น  เรือตรี
                     ๔. พลฯ นิยะโกะ     ดาโอะ           ได้รับพระราชทานยศ เป็น  เรือตรี
               พิการทุพพลภาพ  จำนวน ๑ นาย ดังนี้.-
                     ๑. พลฯ สมพงษ์         กงแก้ว         ได้รับพระราชทานยศ เป็น  จ่าเอก
 
 
 ร่วมงานพระราชพืธี  
       เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ กองพันทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน จัดกำลังร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ประจำปี ๒๕๕๐ โดยจัดกำลังเป็นกองพันสวนสนามที่ ๑๑ ณ  ลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ฯ โดยมี นาวาโท เกรียงไกร   ทองคำ เป็น ผู้บังคับกองพัน
      
     
 ร่วมริ้วขบวน พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระพี่นางเธอ ฯ  
  เมื่วันที่ ๑๔ - ๑๙  พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ร่วมริ้วขบวน พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  โดยมี นาวาโท พงษ์ศักดิ์  ทองไสย ผู้บังคับกองพัน เป็น ผู้บังคับกองพันทหารตาม ฯ รายละเอียดพิธีการ ดังนี้


          วันแรกวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 จะเป็นงานพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ


          วันที่ 15 พฤศจิกายน เป็นการเชิญพระโกศออกพระเมรุมาศ  

          วันที่ 16 พฤศจิกายน เป็นการถวายพระเพลิงพระศพ


          วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นพระราชพิธีเก็บพระอัฐิ  

          วันที่ 18 พฤศจิกายน มีพิธีพระราชกุศลพระอัฐิ 

          วันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นพิธีบรรจุพระราชสรีรางคาร   

 
   
 
 
 
     


ดูรายละเอียดประวัติการยุทธที่สำคัญ https://www3.navy.mi.th/index.php/history/detail/history_id/47








สงวนลิขสิทธิ์โดย © กองพันทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-01-16 (16590 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©